Articles

เลือก คาร์ซีท แบบไหน ไม่พลาดทุกการเดินทาง

Article Thumbnail

พ่อแม่หลายคนอาจจะถนัดในการเลือกรถยนต์ให้ตัวเองมากกว่าการเลือกคาร์ซีท (Carseat) ให้ลูกน้อย เพราะเราเองก็จำความรู้สึกนั่งสบาย หรือชอบนั่งคาร์ซีทแบบไหนไม่ได้แล้ว (ฮา) แต่การเลือกคาร์ซีทให้ลูก ไม่เกี่ยวกับรสนิยม แต่เน้นที่สุดคือ “ความปลอดภัย”


คาร์ซีทในตลาดสินค้าแม่และเด็กมีหลายแบรนด์ หลายระดับราคา หลากดีไซน์ดูสวย น่าสนใจ แต่ถ้าเราไปซื้อโดยไม่ตั้งวัตถุประสงค์ไว้ก่อน ไปเจอของจริงอาจจะงงงันได้เพราะละลานตาไปหมด 


1.เลือกประเภทคาร์ซีทให้เหมาะสมกับน้ำหนักและขนาดตัวของลูก เด็กแต่ละวัยจะมีสรีระที่ต่างกัน ทั้งความสูง ขนาดตัว ความยาวของแขนขา 

คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดบางยี่ห้อมีลักษณะเหมือนตะกร้า ที่สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้ หรือบางยี่ห้อออกแบบมาใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด – 7 ปี เราควรเลือกให้เหมาะสม เพราะคาร์ซีทที่ดีจะต้องมีการออกแบบที่ใส่ใจถึงสรีระของคนนั่งค่ะ 


แรกเกิดจนถึงอายุ 1 ปี มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กก. ต้องใช้คาร์ซีทสำหรับทารก (infant seat) หรือ คาร์ซีทสำหรับทารกและเด็กเล็ก (convertible seat) และ ควรใช้คาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปด้านหลังรถ เพื่อพ่อแม่จะได้เห็นหน้าลูกทางกระจกหลังรถได้ และคาร์ซีทต้องสามารถปรับเอนไปกับที่นั่งประมาณ 45 องศา คาร์ซีทชนิดนี้จะปกป้องหัวของเด็ก ลำคอ และกระดูกสันหลังได้ดีที่สุด  


ลูกอายุ 1-5 ปี หรือน้ำหนัก 10-28 กก. ควรใช้คาร์ซีทแบบที่นั่งหันไปทางหน้ารถ


ลูกมีน้ำหนักตัว 15 - 18 กก. ควรใช้คาร์ซีทแบบมีพนักพิงด้านหลัง


ลูกมีน้ำหนักตัว 22 - 25 ก.ก. หรือมีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปสามารถนั่งตัวตรงได้ ควรใช้คาร์ซีทแบบไม่มีพนักพิงด้านหลัง


2.เลือกให้เหมาะกับการใช้งาน มักจะยกคาร์ซีทเข้าออกบ่อยๆ หรือติดตั้งในรถกึ่งถาวรเลย เช่น หากต้องนำคาร์ซีทเข้าและออกจากรถบ่อยๆ ควรเลือกคาร์ซีทมีที่นั่งน้ำหนักเบา หรือหากเดินทางระยะไกลบ่อย ควรเลือกคาร์ซีทที่ปรับเอนนอนได้สบาย 


3.เลือกจากโครงสร้างคาร์ซีท ส่วนมากโครงสร้งของคาร์ซีทผลิตจากพลาสติกซึ่งก็มีหลายเกรด ที่นิยมและให้ความปลอดภัย เช่น Polypropylene เป็นเกรดเดียวกันกับที่ใช้ผลิตวัสดุภายในห้องโดยสารรถยนต์ มีน้ำหนักเบาแต่เหนียวทนทาน อย่าลืมดูเรื่องการรองรับแรงกระแทก วัสดุส่วนใหญ่คือ โฟม ยาง หรือ นำทั้ง 2 ยางมาผสมกัน เพื่อให้ได้ความแน่นหนายืดหยุ่นที่พอดี เวลาเกิดอุบัติเหตุสามารถลดแรงสะท้อนกลับ ช่วยให้เด็กไม่เกิดการกระแทกซ้ำๆ


4.ไม่เพียงเลือกคาร์ซีทที่เหมาะถูกใจแล้วเท่านั้น แต่อย่าลืมตรวจสอบว่าคาร์ซีทที่กำลังตัดสินใจจะซื้อ สามารถติดตั้งกับรถยนต์ของเราได้ไหม เพราะคาร์ซีทแต่ละตัวมีการออกแบบการติดตั้งที่ไม่เหมือนกัน และต้องติดตั้งได้อย่างถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิต 


5.สุดท้ายเราพึงพอใจแบบไหนแล้ว มาดูกันที่งบประมาณ ถ้าคาร์ซีทที่ต้องการราคาต่ำกว่างบที่ตั้งไว้ก็ซื้อได้อย่ารีรอ แต่ถ้าราคาเกินงบที่ตั้งไว้ ให้พิจารณาดูว่า เราสามารถลดสเปค ลดรุ่นลงมาได้หน่อยไหม หรือถ้าอยากได้คาร์ซีทตัวนั้นมากๆ สามารถเพิ่มงบให้ได้อีกไหม 


ที่เอางบประมาณมาไว้ตอนท้าย เพราะอยากให้คุณพ่อคุณแม่ได้มีโอกาสเลือกสิ่งที่ดีที่สุด มีมาตรฐาน คุณภาพที่ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของลูก ไม่อยากให้เอาราคามาเป็นข้อจำกัดตั้งแต่แรก 


คุณพ่อคุณแม่สามารถได้รับคำแนะนำสิ่งที่ดีที่สุดจากผู้ขาย เมื่อเราได้ความรู้เพื่อใช้ในการพิจารณาการเลือกซื้อคาร์ซีทแล้ว เราถึงตัดสินใจว่าจะเลือกรุ่นไหน ยี่ห้ออะไร หรือแม้กระทั่งการซื้อคาร์ซีทมือสอง 

Related Articles
ฝึกลูกตั้งไข่คืออะไร? มีผลต่อการพัฒนาสมองจริงไหม?!
3 January 2023 08:11
เมื่อลูกน้อยสุดที่รักของคุณหัดคลานได้คล่องแล้ว หลังจากนั้นพัฒนาการต่อมาเมื่อเข้าสู่ช่วงวัย 8-12 เดือน คุณพ่อคุณแม่จะเห็นได้ชัดเลยว่าลูกของคุณเริ่มที่จ
เคล็ดลับ…..(ที่ไม่ลับ) ในการจัดการ “อารมณ์ทางลบ”
7 February 2023 03:15
มันขุ่นใจ หมองใจ อึดอัดใจ โดยหาสาเหตุไม่ได้ หรืออาจเกิดจากความผิดหวังที่ไม่เป็นไปตามที่หวัง เช่น คุณพ่อบ้านมัวแต่เล่นมือถือ ไม่ช่วยเลี้ยงลูก น้ำนมไหลไ
เศร้า…..หลังคลอด???
1 February 2023 03:25
รู้สึกเศร้า หดหู่ น้อยใจ ทุกข์ใจ ท้อแท้ เหนื่อยหน่าย นอนไม่หลับ ร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล เป็นต้น
ลูกน้อยกินโยเกิร์ตได้ไหม? สงสัยหรือไม่?
5 January 2023 04:20
ปกติแล้วเด็กแรกเกิดถึงอายุ 6 เดือน แพทย์จะแนะนำให้ดื่มนมแม่เป็นอาหารหลัก เพราะมีสารอาหารครบถ้วนต่อความต้องการของลูก และเมื่อลูกอายุ 6 เดือนขึ้นไปจึงเร
ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD โรคทางพันธุกรรม ที่แม่มือใหม่ต้องรู้!?
25 January 2023 03:34
“G6PD” (Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase) เป็นเอนไซม์ในเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยในการให้เซลล์เม็ดเลือดแดงทำงานได