mombieclub
mombieclub
@mombieclub

ลูกตัวเล็ก: โตช้า ผิดปกติหรือไม่ สังเกตลูกอย่างไรดี?

ลูกตัวเล็ก
ลูกตัวเล็ก

วัยเด็ก เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย เช่น เรื่องการเจริญเติบโตของร่างกาย คุณพ่อ คุณแม่คงสงสัยกันไม่น้อยใช่ไหมคะ ว่าลูกน้อยของเราหากมีการเจริญเติบโตช้า ตัวเล็กกว่าเพื่อนๆ ลูกเราจะมีความผิดปกติหรือไม่? ซึ่งอาจมีโรคบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่และควรได้รับการแก้ไขที่เหมาะสมตั้งแต่ต้นนะคะ

สังเกตุ ลูกตัวเล็ก

แล้วคุณพ่อ คุณแม่จะทราบได้อย่างไรว่าลูกน้อยมีการเจริญเติบโตที่ดีล่ะ วันนี้เรามาทราบถึงสาเหตุ วิธีการสังเกต และทางแก้ไขปัญหาของเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะคุณพ่อ คุณแม่

ทำความรู้จักกับ ภาวะเด็กตัวเตี้ย

"ภาวะเด็กตัวเตี้ย" เป็นภาวะที่เด็กมีการเจริญเติบโตช้ากว่าค่าเฉลี่ยของเด็กที่อยู่ในวัยและเพศเดียวกันอย่างน้อย 2 เท่า ของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ซึ่งเด็กที่มีภาวะเตี้ยก็มักจะมีน้ำหนักตัวที่น้อยกว่าเด็กในเพศและวัยเดียวกัน อาจมีความสูงและเส้นรอบศีรษะที่แตกต่างกันด้วยค่ะ

สาเหตุของลูกโตช้า ตัวเล็ก เกิดจากอะไร?

สาเหตุของลูกโตช้า ตัวเล็กนั้นเกิดได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่กรรมพันธุ์ ไปจนถึงภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต หรือเรียกว่าโกรทฮอร์โมน (growth hormone) ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน โรคกระดูก โรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคทางระบบทางเดินอาหาร โรคไต โรคติดเชื้อ ขาดสารอาหาร และพักผ่อนไม่เพียงพอ

ส่วนใหญ่แล้วมักมีสาเหตุมาจาก "กรรมพันธุ์" (familial short stature) คือ เด็กที่ตัวเล็กสืบเนื่องจากคุณพ่อ คุณแม่ตัวเล็ก หรือเป็นกลุ่มโตช้าที่เรียกกันว่าเตี้ยในแบบม้าตีนปลาย (constitutional delayed of growth and puberty) ซึ่งทั้งสองสาเหตุนี้ ไม่ถือเป็นความผิดปกติแต่อย่างใด

และยังมีอีกหนึ่งภาวะที่เรียกว่า ภาวะตัวเตี้ยปกติ (normal variant short stature) เป็นภาวะที่พบได้บ่อย ไม่ได้มีโรคอะไรซ่อนเร้นอยู่ และไม่ต้องทำการรักษาใดๆ คุณพ่อ คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ

วิธีการสังเกตง่ายๆ ว่าลูกเติบโตช้า หรือไม่!

ลูกตัวเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับพี่น้องท้องเดียวกันเมื่ออายุเท่าๆ กันลูกตัวเล็กกว่าเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันส่วนสูง นำ้หนักอยู่ต่ำกว่าเส้นล่างสุดของกราฟการเจริญเติบโต ตามเพศและอายุของเด็กมีอัตราการเจริญเติบโตลดลงโดยเปรียบเทียบในกราฟการเจริญเติบโตหรือไม่เติบโตเลย

กราฟการเจริญเติบโตชาย-หญิง
กราฟการเจริญเติบโตชาย-หญิง

เมื่อไหร่ที่คุณพ่อ คุณแม่สังเกตว่าลูกมีความสูงน้อยผิดปกติแตกต่างจากเพื่อนในวัยเดียวกันจนเกินไป หรือพบว่าในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมาลูกไม่สูงขึ้นเลย ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติเพื่อวางแผนการรักษาค่ะ

เมื่อพบแพทย์ จะต้องตรวจอะไรบ้าง?

ดูประวัติของเด็กและครอบครัว เช่น ประวัติการตั้งครรภ์ การคลอด น้ำหนักและความยาวแรกเกิด ประวัติการเจ็บป่วย อาหารที่ได้รับ ความสูงและการเข้าสู่วัยหนุ่มสาวของบิดามารดาและพี่น้องการตรวจร่างกาย ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความยาวของส่วนแขน ขา และเส้นรอบศีรษะ และตรวจหาความผิดปกติอื่นๆที่พบร่วมกันประเมินดูอัตราการเจริญเติบโตเปรียบเทียบกับกราฟการเจริญเติบโตการเอ็กซเรย์ฝ่ามือและข้อมือ เพื่อประเมินดูการเจริญเติบโตของกระดูกการตรวจอื่นๆ ทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือดวัดระดับของฮอร์โมนต่าง

การเลือกกินอาหารที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อเจริญเติบโต และยังช่วยให้เด็กๆ มีสุขภาพดี โดย

อัตราการเพิ่มน้ำหนัก
อัตราการเพิ่มน้ำหนัก

รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ คือ ข้าว แป้ง เนื้อสัตว์และนม ไขมัน ผักและผลไม้ควรรับประทานอาหารประเภทผักและผลไม้เป็นประจำเพื่อให้ได้ใยอาหารรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงเป็นประจำเช่น ตับ เนื้อสัตว์ ไข่แดง ผักใบเขียวดื่มนมวันละ 2-3 แก้วเพื่อให้ได้แคลเซียมเพียงพอหลีกเลี่ยงอาหารที่มันมากเกินไปหลีกเลี่ยงน้ำอัดลมและของขบเคี้ยวเช่น ขนมหวาน ขนมกรุบกรอบไม่ควรกินอาหารรสหวานจัดและอาหารประเภทน้ำตาลมา

อัตราการเพิ่มความสูง
อัตราการเพิ่มความสูง

หากคุณพ่อ คุณแม่พบความผิดปกติได้เร็ว ก็สามารถพามาพบและปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแก้ไข ดูแล และรักษาได้ทันท่วงทีนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง
ความมั่นใจ: ลูกขาดความมั่นใจ
ความมั่นใจ: ลูกขาดความมั่นใจ
09 สิงหาคม 2022 03:07
เมื่อลูกน้อยเป็นเด็กที่ไม่มีความมั่นใจ ไม่มีความนับถือในตัวเอง พ่อแม่หลายคนคงไม่อยากเห็นลูกเป็นแบบนี้แน่นอน เมื่อคุณเห็นว่าลูกขาดความมั่นใจ คุณต้องหาว
ทำความเข้าใจ และรับมือกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
ทำความเข้าใจ และรับมือกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
16 สิงหาคม 2022 03:01
ในช่วงเวลาหลังคลอด จะเป็นช่วงเวลาแห่งความภูมิใจของคุณแม่ ความตื่นเต้น และน่ายินดี แต่กลับไม่น่าเชื่อว่าคุณแม่หลังคลอดจำนวนมาก มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับ
ท่อน้ำนมอุดตันคืออะไร? รักษาอย่างไรดี?
ท่อน้ำนมอุดตันคืออะไร? รักษาอย่างไรดี?
18 สิงหาคม 2022 05:43
คุณแม่หลังคลอดหลายๆ ท่าน อาจกำลังเผชิญกับปัญหา "ท่อน้ำนมอุดตัน" ที่อาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดและส่งผลให้น้ำนมน้อยลง ลูกน้อยจึงไม่ได้ดื่มนมแม่เต็มที่อย่างที